บริการด้านการกงสุล

บริการด้านการกงสุล

วันที่นำเข้าข้อมูล 11 พ.ย. 2565

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 10 ก.พ. 2569

| 5,978 view

การสละสัญชาติไทย

 

  1. ข้อควรทราบ

1.1 การเสียสัญชาติไทยจะมีผลโดยสมบูรณ์ต่อเมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508

1.2 ในการกรอกคำร้องขอสละสัญชาติ ผู้ร้องต้องทราบข้อมูลของพยานที่รู้เห็นการเกิดของผู้ร้อง อย่างน้อย 4 คน โดยจะต้องระบุชื่อ ชื่อสกุล ที่อยู่ อาชีพ และวัน/เดือน/ปีเกิด

1.3 ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (20 ปีบริบูรณ์) ไม่สามารถยื่นคำร้องสละสัญชาติไทยได้

 

  1. การนัดหมาย

2.1 จัดส่งแบบ ส.ช. 1 หรือแบบ ส.ช. 2 ที่กรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว และเอกสารประกอบตามรายการในข้อ 3 มาทางอีเมล [email protected] เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบก่อน ทั้งนี้ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 030-7 94 81 112 (วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 14.00 - 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน) หรือทางอีเมล [email protected]

2.2 เมื่อเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งวันเวลานัดหมายทางอีเมลต่อไป ทั้งนี้ ในวันนัดหมาย กรุณานำเอกสารในข้อ 3 มาด้วย

 

  1. เอกสารประกอบ

3.1 กรณีผู้ยื่นคำขอได้แปลงสัญชาติตามคู่สมรส

พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 13 ระบุว่า ชายหรือหญิงซึ่งมีสัญชาติไทยและได้สมรสกับคนต่างด้าวและอาจถือสัญชาติของภริยาหรือสามีได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของภริยาหรือสามี ถ้าประสงค์จะสละสัญชาติไทยให้แสดงความจำนงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

เอกสารประกอบคำขอ

(1) คำขอสละสัญชาติไทยของชายหรือหญิงซึ่งสมรสกับชาวต่างชาติ (แบบ ส.ช.1)

(2) รูปถ่ายผู้ร้อง ขนาด 4 x 6 ซม. จำนวน 12 รูป (แต่งกายสุภาพ)

(3) รูปถ่ายคู่สมรสของผู้ร้อง ขนาด 4 x 6 ซม. จำนวน 6 รูป (แต่งกายสุภาพ)

(4) บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 2 ชุด

(5) สำเนาทะเบียนบ้านไทย 2 ชุด

(6) สูติบัตร หรือหนังสือรับรองการเกิด หรือหนังสือรับรองสถานที่เกิด หรือสำเนาเอกสารดังกล่าว 2 ชุด

(7) สำเนาหนังสือสำคัญเปลี่ยนชื่อตัว และ/หรือ ชื่อสกุล (หากมี) พร้อมสำเนา 2 ชุด

(8) หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา 2 ชุด

(9) หลักฐานการสมรส ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และคำแปลภาษาไทย (หากต้นฉบับออกโดยหน่วยงานเยอรมันเป็นภาษาเยอรมัน ต้นฉบับต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องก่อน และคำแปลภาษาไทยดังกล่าวต้องได้รับการแปลโดยนักแปลที่ศาลเยอรมันรับรอง) พร้อมสำเนา 2 ชุด

(10) หลักฐานที่แสดงว่าประเทศของคู่สมรสยอมรับให้เข้าถือสัญชาติได้ ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และคำแปลภาษาไทย (หากต้นฉบับออกโดยหน่วยงานเยอรมันเป็นภาษาเยอรมัน ต้นฉบับต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องก่อน และคำแปลภาษาไทยดังกล่าวต้องได้รับการแปลโดยนักแปลที่ศาลเยอรมันรับรอง) พร้อมสำเนา 2 ชุด

(11) หนังสือเดินทางของคู่สมรส และสำเนา 1 ชุดที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมคำแปลภาษาไทย และสำเนาอย่างละ 1 ชุด (หากต้นฉบับออกโดยหน่วยงานเยอรมันเป็นภาษาเยอรมัน ต้นฉบับต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องก่อน และคำแปลภาษาไทยดังกล่าวต้องได้รับการแปลโดยนักแปลที่ศาลเยอรมันรับรอง)

(12) สอบปากคำพยานบุคคลสัญชาติไทย 1 คน พร้อมหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้านของพยาน พร้อมสำเนา 2 ชุด เพื่อสอบปากคำรับรองยืนยันว่าผู้ร้องเป็นคนมีสัญชาติไทยจริง

 

3.2 กรณีผู้ยื่นคำขอได้สัญชาติไทยเพราะเกิดในประเทศไทย หรือเพราะการแปลงสัญชาติ ตาม ม. 14 และ ม. 15

- พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 14 ระบุว่า ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งเกิดในขณะที่บิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าวและได้สัญชาติของบิดาหรือมารดาตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบิดาหรือมารดา หรือผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยตาม ม. 12 วรรค 2 หรือ ม. 12/1 (2) และ (3) ถ้ายังประสงค์จะถือสัญชาติอื่นอยู่ต่อไป ให้แสดงความจำนงสละสัญชาติไทยตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์

- พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 15 ระบุว่า ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นหรือผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ถ้าประสงค์จะสละสัญชาติไทย ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

- ผู้ที่เข้าข่ายที่จะยื่นคำร้องสละสัญชาติไทยตามมาตรา 14 และ 15 ข้างต้น ได้แก่

  1. ผู้ที่มีสัญชาติไทย ซึ่งเกิดในขณะที่บิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าว และได้สัญชาติของบิดาหรือมารดาด้วยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบิดาหรือมารดา (ผู้ร้องต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงจะยื่นคำร้องขอสละสัญชาติได้ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอายุต้องไม่น้อยกว่า 15 ปีบริบูรณ์ โดยผู้ร้องขอจะต้องยื่นคำร้องฯ ด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นเรื่องเฉพาะตัว ซึ่งในกรณีนี้ต้องมีการสอบสวนบิดามารดาในฐานะพยานโดยใช้แบบบันทึกการสอบสวนพยาน และบิดามารดาต้องลงนามให้ความยินยอมกำกับในแบบ ส.ช. 2 ด้วย)
  2. ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น
  3. ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ

เอกสารประกอบคำขอ

(1) คำขอสละสัญชาติไทยของผู้ที่ได้สัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทย หรือเพราะการแปลงสัญชาติ (แบบ ส.ช.2)

(2) รูปถ่ายผู้ร้องขนาด 4 x 6 ซม. จำนวน 12 รูป (แต่งกายสุภาพ)

(3) รูปถ่ายบิดามารดาของผู้ร้อง ขนาด 4 x 6 ซม. คนละ 6 รูป (แต่งกายสุภาพ) พร้อมทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง และทะเบียนสมรส สำเนาหนังสือสำคัญเปลี่ยนชื่อตัว และ/หรือ ชื่อสกุล (หากมี) ของบิดามารดา พร้อมสำเนา 2 ชุด

(4) หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา 2 ชุด

(5) สูติบัตร หนังสือรับรองการเกิด หนังสือรับรองสถานที่เกิด หรือสำเนาเอกสารดังกล่าว 2 ชุด

(6) บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 2 ชุด

(7) สำเนาทะเบียนบ้านไทย 2 ชุด

(8) หนังสือสำคัญเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล (หากมี) พร้อมสำเนา 2 ชุด

(9) สำเนาใบสำคัญทหาร (แบบ สด.9 / แบบ สด.1 หรือ สด.8)

(10) หนังสือรับรองของประเทศที่เข้าถือสัญชาตินั้น ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และคำแปลภาษาไทย  (หากต้นฉบับออกโดยหน่วยงานเยอรมันเป็นภาษาเยอรมัน ต้นฉบับต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องก่อน และคำแปลภาษาไทยดังกล่าวต้องได้รับการแปลโดยนักแปลที่ศาลเยอรมันรับรอง)

(11) สอบปากคำพยานบุคคสัญชาติไทย 1 คน พร้อมหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ของพยาน พร้อมสำเนา 2 ชุด เพื่อสอบปากคำรับรองยืนยันว่าผู้ร้องเป็นคนมีสัญชาติไทยจริง

 

หมายเหตุ: ในกรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วนหรือข้อมูลไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่อาจจำเป็นต้องเรียกเอกสารเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

 

  1. ค่าธรรมเนียม

1 ยูโร