บริการด้านการกงสุล
บริการด้านการกงสุล
วันที่นำเข้าข้อมูล 10 ก.พ. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 10 ก.พ. 2569
การขอกลับคืนสัญชาติไทย กรณีสละสัญชาติไทยโดยการสมรสกับคนต่างชาติและได้ขาดจากการสมรสแล้ว
พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551 ระบุว่า ชายหรือหญิงซึ่งมีสัญชาติไทยและได้สละสัญชาติไทยในกรณีที่ได้สมรสกับคนต่างด้าวตาม มาตรา 13 ถ้าได้ขาดจากการสมรสแล้วไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ย่อมมีสิทธิขอกลับคืนสัญชาติไทยได้
2.1 จัดส่งแบบ ก.ช. 2 ที่กรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว และเอกสารประกอบตามรายการในข้อ 3 มาทางอีเมล [email protected] เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบก่อน ทั้งนี้ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 030-7 94 81 112 (วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 14.00 - 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน) หรือทางอีเมล [email protected]
2.2 เมื่อเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งวันเวลานัดหมายทางอีเมลต่อไป ทั้งนี้ ในวันนัดหมาย กรุณานำเอกสารในข้อ 3 มาด้วย
(1) คำขอคืนสัญชาติไทยเพราะเหตุขาดจากการสมรส (แบบ ก.ช. 2)
(2) สูติบัตร หรือทะเบียนคนเกิด หรือหนังสือรับรองสถานที่เกิด
(3) ทะเบียนบ้าน (แบบ ทร.13)
(4) ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
(5) เอกสารหลักฐานการขาดจากการสมรส หรือมรณบัตรของคู่สมรส ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และคำแปลภาษาไทย (หากต้นฉบับออกโดยหน่วยงานเยอรมันเป็นภาษาเยอรมัน ต้นฉบับต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องก่อน และคำแปลภาษาไทยดังกล่าวต้องได้รับการแปลโดยนักแปลที่ศาลเยอรมันรับรอง)
(6) ทะเบียนสมรส หรือใบสำคัญการสมรส หรือทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และคำแปลภาษาไทย 1 ชุด (หากต้นฉบับออกโดยหน่วยงานเยอรมันเป็นภาษาเยอรมัน ต้นฉบับต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องก่อน และคำแปลภาษาไทยดังกล่าวต้องได้รับการแปลโดยนักแปลที่ศาลเยอรมันรับรอง)
(7) เอกสารหลักฐานการเข้าถือสัญชาติของคู่สมรส ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และคำแปลภาษาไทย (หากต้นฉบับออกโดยหน่วยงานเยอรมันเป็นภาษาเยอรมัน ต้นฉบับต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องก่อน และคำแปลภาษาไทยดังกล่าวต้องได้รับการแปลโดยนักแปลที่ศาลเยอรมันรับรอง)
(8) เอกสารหลักฐานการเสียสัญชาติไทย (ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องเสียสัญชาติไทย ซึ่งได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว)
(9) หนังสือเดินทาง
(10) เอกสารหลักฐานการศึกษาในประเทศไทย (ทะเบียนนักเรียน)
(11) เอกสารหลักฐานเคยช่วยเหลือการกุศล หรือสาธารณประโยชน์
(12) รูปถ่ายของผู้ขอ ขนาด 4 x 6 ซม. (2 นิ้ว) จำนวน 12 รูป (หน้าตรง แต่งกายสุภาพ)
(13) สอบปากคำพยานบุคคล 4 คน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ และทะเบียนบ้าน ของพยาน เพื่อยืนยันว่าผู้ขอเป็นคนมีสัญชาติไทยจริง
หมายเหตุ: 1) ในกรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วนหรือข้อมูลไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่อาจจำเป็นต้องเรียกเอกสารเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง 2) รายการในเอกสารหลักฐานอันเป็นสาระสำคัญระบุข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของบุคคลต้องถูกต้องตรงกัน ถ้าไม่ถูกต้องตรงกันถือไม่ได้ว่าบุคคลตามเอกสารเป็นบุคคลคนเดียวกัน ให้ไปยื่นคำร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเอกสารนั้น เพื่อแก้ไขให้ถูกต้องหรือรับรองว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน
35 ยูโร
วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุด) ระหว่างเวลา 09.00–13.00 น.
สอบถามรายละเอียดทางโทรศัพท์ ระหว่างเวลา 14.00- 17.00 น.
(โปรดตรวจสอบ เวลาให้บริการ ที่หน้า "ติดต่อเรา")