บริการด้านการกงสุล

บริการด้านการกงสุล

วันที่นำเข้าข้อมูล 11 พ.ย. 2565

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 ส.ค. 2569

| 11,479 view

การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม

  1.  ข้อควรทราบ
    1.1 ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เป็นเอกสารที่ใช้เป็นหลักฐานรับรองสิทธิทางกฎหมายระหว่างบุตรบุญธรรมกับผู้รับบุตรบุญธรรม ทำให้บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น อาทิ มีสิทธิได้รับมรดก มีสิทธิใช้นามสกุลของบิดาหรือมารดาบุญธรรม
    1.2 กรณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมยังเป็นผู้เยาว์
          (1) กระบวนการยื่นขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมต้องดำเนินการผ่านศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (Child Adoption Center) เนื่องจากเป็นการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ
          (2) ครอบครัวผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจะดำเนินการติดต่อและยื่นเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
          (3) เมื่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับแจ้งมติคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว สถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดต่อประสานครอบครัวผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ให้มาดำเนินการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมพร้อมยื่นเอกสารประกอบตามรายการในข้อ 3.2
  1. การนัดหมาย
    2.1 จัดส่งแบบคำขอจดทะเบียนครอบครัว ที่กรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว และเอกสารประกอบตามรายการในข้อ 3 มาทางอีเมล [email protected] เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบก่อน ทั้งนี้ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 030-7 94 81 112 (วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 14.00 - 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน) หรือทางอีเมล [email protected]
    2.2 เมื่อเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งวันเวลานัดหมายทางอีเมลต่อไป ทั้งนี้ ในวันนัดหมาย กรุณานำเอกสารในข้อ 3 มาด้วย

      กรณีขอรับบริการที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต
      โปรดคลิก

  1. เอกสารประกอบในแต่ละกรณี
    3.1 กรณีผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมบรรลุนิติภาวะแล้ว
          - ผู้ร้องต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และแก่กว่าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี
            (1) คำร้องขอจดทะเบียนครอบครัว (Application for Family Registration) (คำร้องขอจดทะเบียนครอบครัว (คลิกที่นี่))
            (2) บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ร้อง (กรณีคนไทย)
            (3) หนังสือเดินทางของผู้ร้อง (กรณีคนต่างชาติ) และสำเนา 1 ชุดที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมคำแปลภาษาไทย และสำเนาอย่างละ 1 ชุด (หากต้นฉบับออกโดยหน่วยงานเยอรมันเป็นภาษาเยอรมัน ต้นฉบับต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องก่อน และคำแปลภาษาไทยดังกล่าวต้องได้รับการแปลโดยนักแปลที่ศาลเยอรมันรับรอง)
            (4) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ร้อง และผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม
            (5) หนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (หนังสือรับรองโสด) ของผู้ร้อง (กรณีผู้ร้องไม่มีคู่สมรสและเป็นชาวต่างชาติ) ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และคำแปลภาษาไทย (กรณีต้นฉบับหนังสือดังกล่าวออกโดยหน่วยงานเยอรมันเป็นภาษาเยอรมัน คำแปลภาษาไทยดังกล่าวต้องได้รับการแปลโดยนักแปลที่ได้รับการรับรองจากศาลเยอรมัน)
            (6) กรณีผู้ร้องมีคู่สมรส ซึ่งต้องให้ความยินยอมด้วย
                 (6.1) บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของคู่สมรส (กรณีคนไทย)
                 (6.2) หนังสือเดินทางของคู่สมรส (กรณีคนต่างชาติ)
                 (6.3) หลักฐานการสมรส ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
            (7) กรณีผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรส ซึ่งต้องให้ความยินยอมด้วย
                 (7.1) บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของคู่สมรส (กรณีคนไทย)
                 (7.2) หนังสือเดินทางของคู่สมรส (กรณีคนต่างชาติ)
                 (7.3) หลักฐานการสมรส ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
            (8) พยาน 2 คน (ที่บรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายไทย) พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน (กรณีคนไทย) หรือหนังสือเดินทาง (กรณีคนต่างชาติ)
    3.2 กรณีผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมยังเป็นผู้เยาว์
          - ผู้ร้องต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และแก่กว่าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี
          - บิดาและมารดา หรือผู้มีอำนาจปกครอง ของผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม ต้องให้ความยินยอมด้วย
          - กรณีผู้เยาว์ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีอายุ 15 ปีขึ้นไป ผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมต้องให้ความยินยอมด้วย
             (1) คำร้องขอจดทะเบียนครอบครัว (Application for Family Registration) (คำร้องขอจดทะเบียนครอบครัว (คลิกที่นี่))
             (2) บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ร้อง (กรณีคนไทย)
             (3) หนังสือเดินทางของผู้ร้อง (กรณีคนต่างชาติ) พร้อมสำเนา 1 ชุด ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และคำแปลภาษาไทย 1 ชุด (หากต้นฉบับออกโดยหน่วยงานเยอรมันเป็นภาษาเยอรมัน ต้นฉบับต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องก่อน และคำแปลภาษาไทยดังกล่าวต้องได้รับการแปลโดยนักแปลที่ศาลเยอรมันรับรอง)
             (4) หนังสือแจ้งการอนุมัติของคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (หนังสืออนุญาตให้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจากคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม) (มีอายุไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่ออกหนังสือ)
             (5) พยาน 2 คน (ที่บรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายไทย) พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน (กรณีคนไทย) หรือหนังสือเดินทาง (กรณีคนต่างชาติ)

หมายเหตุ: ในกรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วนหรือข้อมูลไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่อาจจำเป็นต้องเรียกเอกสารเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง 

  1. ค่าธรรมเนียม
    ไม่เสียค่าธรรมเนียม

*****