บริการด้านการกงสุล

บริการด้านการกงสุล

วันที่นำเข้าข้อมูล 17 เม.ย. 2568

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 4 ส.ค. 2569

| 8,910 view

การรับรองเอกสาร / การรับรองลายมือชื่อ

การรับรองเอกสารหรือการนิติกรณ์เอกสาร (Legalization) คือการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเอกสารนั้นออกโดยผู้มีอำนาจหน้าที่ (authorized person) เพื่อให้เอกสารเป็นที่ยอมรับและมีผลบังคับตามกฎหมาย

A. ประเภทของการรับรองเอกสาร
  1. การรับรองเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานไทย พร้อมคำแปลภาษาเยอรมัน (หากมี) เช่น ใบสำคัญการสมรส มรณบัตร สูติบัตร ฯลฯ ทั้งนี้ ต้นฉบับเอกสารดังกล่าวต้องได้รับการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล หรือสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว (สาขาที่มีบริการนิติกรณ์เอกสาร) ที่ประเทศไทยก่อน จึงจะนำมารับรองที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน หรือสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต หรือสถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก (โปรดดูข้อ B. 1.)
  2. การรับรองเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานเยอรมันพร้อมคำแปลภาษาไทย เช่น ใบสำคัญการสมรส มรณบัตร สูติบัตร ฯลฯ ทั้งนี้ ต้นฉบับเอกสารดังกล่าวต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องก่อน (โปรดดูข้อ B. 2.)
  3. การรับรองสำเนาถูกต้องเฉพาะเอกสารที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน อาทิ สูติบัตรไทย (กรณีที่ได้จดทะเบียนคนเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตฯ) หรือมรณบัตรไทย (กรณีที่ได้จดทะเบียนคนตายที่สถานเอกอัครราชทูตฯ)
  4. การรับรองลายมือชื่ออื่น ๆ อาทิ
    4.1 หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney): เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จะรับรองลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจสัญชาติไทยที่มาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ สถานเอกอัครราชทูตฯ ทั้งนี้ สำหรับผู้มอบอำนาจที่มีสัญชาติเยอรมัน จะต้องติดต่อสำนักงานทนายความในเยอรมนี (notary public) เพื่อขอออกหนังสือมอบอำนาจ และนำหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไปรับรองที่ศาลเยอรมันที่เกี่ยวข้อง (สำนักงานทนายความดังกล่าวจะแนะนำว่าควรนำหนังสือมอบอำนาจไปรับรองที่ศาลเยอรมันแห่งใด) หลังจากนั้น จึงนำหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวมาขอรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ
    4.2 หนังสือรับรอง (Letter of Confirmation) ของกรมที่ดิน สำหรับกรณีที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งยืนยันว่า เงินที่คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งนำมาซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด เป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง
    4.3 หนังสือยินยอม (Letter of Consent) กรณีบิดา/มารดา/ผู้ปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายยินยอมให้บุตรผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง
    4.4 หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) กรณีบิดา/มารดา/ผู้ปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายมอบอำนาจให้บุคคลอื่นพาบุตรผู้เยาว์ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ไปทำหนังสือเดินทาง
    4.5 หนังสือรับรองแสดงการมีชีวิตอยู่ของผู้รับเงินบำนาญชราภาพ (Form of Life Certificate for Pensioner)
  5. การรับรองเอกสารการค้าเยอรมัน (Free-Sale-Dokumenten)
    5.1 ต้นฉบับเอกสารทางการค้าเยอรมัน ทั้งที่เป็นภาษาเยอรมันหรือภาษาอังกฤษ ต้องนำไปรับรองที่สำนักงานทนายความในเยอรมนี (notary public) และจึงนำไปรับรองที่ศาลเยอรมันที่เกี่ยวข้อง (โปรดสอบถาม notary public ว่าต้องนำเอกสารไปรับรองที่ศาลแห่งใด) หลังจากนั้น นำต้นฉบับมารับรองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ
    5.2 กรณีที่ยื่นขอรับรองคำแปลภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเอกสารที่แยกต่างหากจากต้นฉบับภาษาเยอรมัน
         (1) คำแปลภาษาอังกฤษดังกล่าวต้องแปลโดยนักแปลที่ศาลเยอรมันรับรอง
         (2) นำต้นฉบับที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องในข้อ 5.1 พร้อมกับต้นฉบับคำแปลภาษาอังกฤษ มารับรองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ
    5.3 กรณีที่ยื่นขอรับรองคำแปลภาษาไทย ซึ่งเป็นเอกสารที่แยกต่างหากจากต้นฉบับภาษาเยอรมัน
         (1) คำแปลภาษาไทยดังกล่าวต้องแปลโดยนักแปลที่ศาลเยอรมันรับรอง
         (2) นำต้นฉบับที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องในข้อ 5.1 พร้อมกับต้นฉบับคำแปลภาษาไทย มารับรองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ 
B. กระบวนการรับรองเอกสารที่ออกโดยหน่วยราชการ จำแนกตามหน่วยงานที่ออกต้นฉบับเอกสาร และภาษาของต้นฉบับ ดังนี้
  1. ต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานไทย เช่น ใบสำคัญการสมรส สูติบัตร มรณบัตร คำพิพากษาของศาลไทย ฯลฯ
    1.1 สำหรับต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานไทยเป็นภาษาไทย มีขั้นตอนดังนี้P1       1.1.2 กรณีที่จะนำต้นฉบับไปใช้ในประเทศเยอรมนี
                  (1) นำต้นฉบับไปรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล หรือสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว (สาขาที่ให้บริการนิติกรณ์เอกสาร) ที่ประเทศไทย
                  (2) แปลต้นฉบับที่ผ่านการรับรองในข้อ 1.1.2 (1) เป็นภาษาเยอรมันโดยนักแปลที่ศาลเยอรมันรับรอง หลังจากนั้น
                        - นำต้นฉบับที่ผ่านการรับรองในข้อ 1.1.2 (1) และคำแปลภาษาเยอรมัน ไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย หรือสถานกงสุลใหญ่ เยอรมนีที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
                                                            หรือ
                        - นำต้นฉบับที่ผ่านการรับรองในข้อ 1.1.2 (1) และคำแปลภาษาเยอรมัน ไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน หรือสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต หรือสถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก
           1.1.3 กรณีที่จะนำต้นฉบับภาษาไทยไปใช้ในประเทศอื่นที่มิใช่ประเทศเยอรมนี โปรดตรวจสอบกระบวนการรับรองเอกสารที่เป็นที่ยอมรับของหน่วยงานที่จะรับเอกสาร
                   ในประเทศปลายทางก่อน อย่างไรก็ดี โดยทั่วไปมีขั้นตอน ดังนี้
                   (1) แปลต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ โดยผู้แปลลงชื่อรับรองว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง
                   (2) นำต้นฉบับและคำแปลภาษาอังกฤษไปรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล หรือสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สาขาที่ให้บริการนิติกรณ์เอกสาร
                   (3) นำต้นฉบับและคำแปลภาษาอังกฤษ ที่ผ่านการรับรองในข้อ 1.1.3 (2) ไปรับรองที่
                         - สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้ หลังจากนั้น นำต้นฉบับที่เย็บติดกับคำแปลภาษาอังกฤษไปแปลเป็นภาษาท้องถิ่น (เฉพาะกรณีที่หน่วยงานปลายทางกำหนดให้ต้องแปลเป็นภาษาท้องถิ่นด้วย) ต่อมา นำต้นฉบับที่เย็บติดกับคำแปลภาษาอังกฤษ และคำแปลภาษาท้องถิ่น ไปรับรองที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ตั้งอยู่ในประเทศปลายทางที่จะนำเอกสารไปใช้
                                                            หรือ
                         - สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หลังจากนั้น นำต้นฉบับและคำแปลภาษาอังกฤษไปรับรองที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ตั้งอยู่ในประเทศปลายทางที่จะนำเอกสารไปใช้
    1.2 สำหรับต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานไทยเป็นภาษาอังกฤษ มีขั้นตอนดังนี้
    p2
         1.2.1 นำต้นฉบับไปรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล หรือสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว (สาขาที่ให้บริการนิติกรณ์เอกสาร) ที่ประเทศไทย
         1.2.2 กรณีที่จะนำต้นฉบับไปใช้ในประเทศเยอรมนี
                 (1) แปลต้นฉบับเป็นภาษาเยอรมันโดยนักแปลที่ได้รับการรับรองจากศาลเยอรมันก่อน (โปรดตรวจสอบรายชื่อนักแปลในเว็บไซต์ https://www.justiz-
                      dolmetscher.de/Recherche/en/Suchen/)
                 (2) นำต้นฉบับที่ผ่านการรับรองในข้อ 1.2.1 และคำแปลภาษาเยอรมัน ไปรับรองที่
                       - สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย หรือสถานกงสุลใหญ่เยอรมนีที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
                                                         หรือ
                       - สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน หรือสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต หรือสถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก
         1.2.3 กรณีที่จะนำต้นฉบับไปใช้ในประเทศอื่นที่มิใช่ประเทศเยอรมนี โปรดตรวจสอบกระบวนการรับรองเอกสารที่เป็นที่ยอมรับของหน่วยงานที่จะรับเอกสารในประเทศปลาย
                  ทางก่อน อย่างไรก็ดี โดยทั่วไปมีขั้นตอน ดังนี้
                  (1) นำต้นฉบับที่ผ่านการรับรองในข้อ 1.2.1 ไปรับรองที่
                        - สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้ หลังจากนั้น นำต้นฉบับพร้อมคำแปลภาษาท้องถิ่น (เฉพาะกรณีที่หน่วยงานปลายทางกำหนดให้ต้องแปลเป็นภาษาท้องถิ่นด้วย) ไปรับรองที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ตั้งอยู่ในประเทศปลายทางที่จะนำเอกสารไปใช้
                                                         หรือ
                        - สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของประเทศที่จะนำเอกสารไปใช้ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หลังจากนั้น นำต้นฉบับพร้อมคำแปลภาษาท้องถิ่น (เฉพาะกรณีที่หน่วยงานปลายทางกำหนดให้ต้องแปลเป็นภาษาท้องถิ่นด้วย) ไปรับรองที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ตั้งอยู่ในประเทศปลายทาง ที่จะนำเอกสารไปใช้
  2. ต้นฉบับเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานเยอรมัน เช่น ใบสำคัญการสมรส สูติบัตร มรณบัตร คำพิพากษาของศาลเยอรมัน ฯลฯ
    2.1 สำหรับต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานเยอรมันเป็นภาษาเยอรมัน มีขั้นตอนดังนี้p3
           2.1.1 นำต้นฉบับไปรับรองที่หน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
                    (1) กรณีที่ต้นฉบับเป็นเอกสารทางทะเบียน เช่น ใบสำคัญการสมรส สูติบัตร มรณบัตร ฯลฯ นำต้นฉบับไปรับรองที่หน่วยงานเยอรมันที่มีหน้าที่รับรองเอกสาร
                          สำหรับการนำไปใช้นอกประเทศเยอรมนี
    (โปรดสอบถามหน่วยงานที่ออกต้นฉบับเอกสารว่าต้องนำเอกสารไปรับรองที่หน่วยงานใด)
                    (2) กรณีที่ต้นฉบับเป็นเอกสารประเภทอื่น เช่น คำพิพากษาของศาล คำสั่งเรื่องสิทธิปกครองบุตร ฯลฯ นำต้นฉบับไปรับรองที่ศาลเยอรมันที่มีหน้าที่รับรองเอกสารสำหรับการนำไปใช้นอกประเทศเยอรมนี (โปรดสอบถามหน่วยงานที่ออกต้นฉบับเอกสารว่าต้องนำเอกสารไปรับรองที่หน่วยงานใด)
           2.1.2 กรณีที่ต้องการนำต้นฉบับภาษาเยอรมันไปใช้กับหน่วยงานราชการไทย เช่น สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ ฯลฯ
                    (1) แปลต้นฉบับที่ผ่านการรับรองในข้อ 2.1.1 เป็นภาษาไทยโดยนักแปลที่ศาลเยอรมันรับรอง
                    (2) นำต้นฉบับที่ผ่านการรับรองในข้อ 2.1.1 พร้อมคำแปลภาษาไทย ไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน หรือสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต หรือสถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก
                    (3) นำต้นฉบับและคำแปลภาษาไทยที่ผ่านการรับรองในข้อ 2.1.2 (2) ไปรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล หรือสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว (สาขาที่ให้บริการนิติกรณ์เอกสาร) ที่ประเทศไทย
    2.2 สำหรับต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานเยอรมันเป็นภาษาอังกฤษ มีขั้นตอนดังนี้p4
           2.2.1 นำต้นฉบับไปรับรองที่หน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องก่อน
                   (1) กรณีที่ต้นฉบับเป็นเอกสารทางทะเบียน เช่น ใบสำคัญการสมรส สูติบัตร มรณบัตร ฯลฯ นำต้นฉบับไปรับรองที่หน่วยงานเยอรมันที่มีหน้าที่รับรอง
                         เอกสารสำหรับการนำไปใช้นอกประเทศเยอรมนี
    (โปรดสอบถามหน่วยงานที่ออกต้นฉบับเอกสารว่าต้องนำเอกสารไปรับรองที่หน่วยงานใด)
                   (2) กรณีที่ต้นฉบับเป็นเอกสารประเภทอื่น เช่น คำพิพากษาของศาล คำสั่งเรื่องสิทธิปกครองบุตร ฯลฯ นำต้นฉบับไปรับรองที่ศาลเยอรมันที่มีหน้าที่
                         รับรองเอกสารสำหรับการนำไปใช้นอกประเทศเยอรมนี
    (โปรดสอบถามหน่วยงานที่ออกต้นฉบับเอกสารว่าต้องนำเอกสารไปรับรองที่หน่วยงานใด)
           2.2.2 กรณีที่ต้องการนำต้นฉบับไปใช้กับหน่วยงานไทย เช่น สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ ฯลฯ
                   (1) แปลต้นฉบับที่ผ่านการรับรองในข้อ 2.2.1 เป็นภาษาไทย โดยผู้แปลลงชื่อรับรองว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้อง
                   (2) นำต้นฉบับที่ผ่านการรับรองในข้อ 2.2.1 พร้อมคำแปลภาษาไทย ไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน หรือสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต หรือสถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก
                   (3) นำต้นฉบับและคำแปลภาษาไทยที่ผ่านการรับรองในข้อ 2.2.2 (2) ไปรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล หรือสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว (สาขาที่ให้บริการนิติกรณ์เอกสาร) ที่ประเทศไทย
C. การยื่นคำร้องขอรับรองเอกสาร
  1. วิธีการยื่นคำร้อง
    1.1 ยื่นคำร้องด้วยตนเอง
          (1) ส่งอีเมลถึง [email protected] โดยแจ้งชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ พร้อมแนบไฟล์เอกสารตามข้อ C. 1.2.1 หรือ C. 1.2.2 และ/หรือระบุประเภทเอกสารที่ประสงค์ขอรับบริการ (โปรดดูประเภทเอกสารในข้อ A. 1 – A. 5) ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 030-7 94 81 112 ในวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 14.00 17.00 น. (ยกเว้นวันหยุดราชการของสถานเอกอัครราชทูตฯ)

        กรณีขอรับบริการที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต
        โปรดตรวจสอบวิธีการยื่นคำร้องที่ โปรดคลิก

              (2) เมื่อเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งวันเวลานัดหมายทางอีเมลต่อไป
              (3) ในวันนัดหมาย กรุณานำเอกสารในข้อ C. 1.2.1 หรือ C. 1.2.2 มาด้วย ทั้งนี้ หากมีการรับรองคำแปลด้วย จะใช้เวลาดำเนินการ 5 วันทำการ (ไม่นับวันหยุดราชการของสถานเอกอัครราชทูตฯ) จึงจะรับเอกสารคืนด้วยตนเอง แต่ถ้าท่านประสงค์ให้ส่งคืนเอกสารทางไปรษณีย์ กรุณานำซองไปรษณีย์เปล่าที่จ่าหน้าซองถึงผู้ยื่นคำร้อง หรือเจ้าของเอกสารหรือผู้รับมอบอำนาจ และติดแสตมป์ 4.15 ยูโร หรือตามน้ำหนักของเอกสารที่เพียงพอต่อการส่งกลับ มาด้วย
        1.2 ยื่นคำร้องทางไปรษณีย์: สามารถยื่นขอรับรองเอกสารทางไปรษณีย์ได้เฉพาะประเภทเอกสารใน
                                     ข้อ A. 1, A. 2, A. 3, A. 5
และหนังสือมอบอำนาจที่มีผู้มอบอำนาจ
                                      เป็นชาวต่างชาติ
ที่ผ่านการรับรองจากศาลเยอรมันแล้ว เท่านั้น
โดย
                                     จัดส่งเอกสารตามข้อ C. 1.2.1 หรือ C. 1.2.2 มาที่

                                     กรณีขอรับบริการที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
                                      Königlich Thailändische Botschaft
                                      Lepsiusstrasse 64/66, 12163 Berlin

                                    กรณีขอรับบริการที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต
                                    โปรดตรวจสอบวิธีการยื่นคำร้องที่ โปรดคลิก


            1.2.1 กรณีขอรับรองเอกสารทางการเยอรมัน หรือเอกสารทางการไทย
                     (1) ต้นฉบับคำร้องขอนิติกรณ์ (ต้องลงนามโดยเจ้าของเอกสาร หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอกสาร หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของเอกสาร พร้อมแนบต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจและสำเนาหนังสือเดินทางหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)
                     (2) ต้นฉบับเอกสารที่ขอรับการรับรอง พร้อมคำเแปล และสำเนาอย่างละ 1 ชุด
                     (3) สำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ยื่นคำร้องที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง 1 ชุด
                     (4) ซองไปรษณีย์เปล่าที่จ่าหน้าซองถึงผู้ยื่นคำร้องหรือเจ้าของเอกสารหรือผู้รับมอบอำนาจ และติดแสตมป์ 4.15 ยูโร หรือตามน้ำหนักของเอกสารที่เพียงพอต่อการส่งกลับ
                     (5) หลักฐานการโอนเงินค่าธรรมเนียม (15 ยูโร ต่อ 1 ตราประทับ เช่น ค่าธรรมเนียมการรับรองต้นฉบับสูติบัตรเยอรมันพร้อมคำแปลภาษาไทย รวมทั้งสิ้น 30 ยูโร)

                      กรณีขอรับบริการที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
                      ชื่อบัญชี: Royal Thai Embassy
                      IBAN: DE67 1007 0000 0419 2050 00
                      BIC Code: DEUTDEBBXXX
                      ธนาคาร Deutsche Bank

                     กรณีขอรับบริการที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต
                     ชื่อบัญชี: Royal Thai Consulate-General
                     IBAN: DE05 1007 0100 0161 9220 05
                     BIC Code: DEUTDEBB101
                     ธนาคาร Deutsche Bank
                     รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดคลิก


      1.2.2 กรณีขอรับรองเอกสารทางการค้าเยอรมัน
               (1) ต้นฉบับคำร้องขอนิติกรณ์ (ต้องลงนามโดยเจ้าของเอกสาร หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอกสาร หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของเอกสาร พร้อมแนบต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจและสำเนาหนังสือเดินทางหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง)
               (2) ต้นฉบับเอกสารที่ขอรับการรับรอง พร้อมคำแปล  และสำเนาอย่างละ 1 ชุด
               (3) ต้นฉบับหนังสือจากบริษัท
               (4) สำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ยื่นคำร้องที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง 1 ชุด
               (5) ซองไปรษณีย์เปล่าที่จ่าหน้าซองถึงผู้ยื่นคำร้องหรือเจ้าของเอกสารหรือผู้รับมอบอำนาจ และติดแสตมป์ 4.15 ยูโร หรือตามน้ำหนักของเอกสารที่เพียงพอต่อการส่งกลับ
               (6) หลักฐานการโอนเงินค่าธรรมเนียม (15 ยูโร ต่อ 1 ตราประทับ เช่น ค่าธรรมเนียมการรับรองต้นฉบับเอกสารทางการค้าภาษาเยอรมันพร้อมคำแปลภาษาไทย รวมทั้งสิ้น 30 ยูโร)

                     กรณีขอรับบริการที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
                     ชื่อบัญชี: Royal Thai Embassy
                     IBAN: DE67 1007 0000 0419 2050 00
                     BIC Code: DEUTDEBBXXX
                     ธนาคาร Deutsche Bank

                    กรณีขอรับบริการที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต
                    ชื่อบัญชี: Royal Thai Consulate-General
                    IBAN: DE05 1007 0100 0161 9220 05
                    BIC Code: DEUTDEBB101
                    ธนาคาร Deutsche Bank
                    รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดคลิก

2. ค่าธรรมเนียม
    2.1 ค่าธรรมเนียมการรับรองเอกสาร 15 ยูโร ต่อ 1 ตราประทับ เช่น ค่าธรรมเนียมการรับรองต้นฉบับสูติบัตรเยอรมันพร้อมคำแปลภาษาไทย รวมทั้งสิ้น 30 ยูโร
    2.2 กรณียื่นคำร้องทางไปรษณีย์ กรุณาโอนเงินไปที่บัญชีธนาคาร (สำหรับการโอนเงินชำระค่าธรรมเนียมการรับรองเอกสารเท่านั้น)

      กรณีขอรับบริการที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
      ชื่อบัญชี: Royal Thai Embassy
      IBAN: DE67 1007 0000 0419 2050 00
      BIC Code: DEUTDEBBXXX
      ธนาคาร Deutsche Bank

      กรณีขอรับบริการที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต
      ชื่อบัญชี: Royal Thai Consulate-General
      IBAN: DE05 1007 0100 0161 9220 05
      BIC Code: DEUTDEBB101
      ธนาคาร Deutsche Bank
      รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดคลิก


     * กรุณางดส่งค่าธรรมเนียมเป็นเงินสดมาทางไปรษณีย์ *

3. ระยะเวลาดำเนินการ
    3.1 กรณียื่นคำร้องด้วยตนเอง: รับเอกสารคืนในวันเดียวกับวันที่นัดหมาย ยกเว้นมีการรับรองคำแปลด้วย จะใช้เวลา 5 วันทำการ (ไม่นับวันหยุดราชการของสถานเอกอัครราชทูตฯ) เช่น ยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 10 มีนาคม 2568 จะรับเอกสารคืนได้ ในวันจันทร์ที่ 17 มีนาคม 2568 หรือจัดส่งคืนทางไปรษณีย์
    3.2 กรณียื่นคำร้องทางไปรษณีย์: ประมาณ 2 สัปดาห์ นับจากวันที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง ยกเว้นมีการรับรองคำแปลด้วย จะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์

* * * * *

 วันที่ 2 สิงหาคม 2569