วันที่นำเข้าข้อมูล 2 ต.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 2 ต.ค. 2569
สารอำลาจากเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
|
สวัสดีครอบครัวชาวไทยในเยอรมนี และ Friends of Thailand ทุกท่าน ในโอกาสที่ผมจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 และพ้นจากหน้าที่เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผมขอถือโอกาสนี้กล่าวคำอำลาและคำขอบคุณทุกท่านจากใจก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศไทย นับตั้งแต่วันที่ผมเข้ารับหน้าที่ ณ กรุงเบอร์ลิน และได้ยื่นพระราชสาส์นตราตั้งต่อประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 จนถึงวันนี้ ผมและครอบครัวได้รับทั้งความร่วมมือ ความไว้วางใจ ความเมตตา และมิตรไมตรีจากพี่น้องชาวไทยและมิตรของประเทศไทยในเยอรมนีอย่างอบอุ่นเสมอมา โดยที่ผมมีความผูกพันกับเยอรมนีตั้งแต่ในวัยเด็ก จึงรู้สึกเป็นเกียรติและมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการทำหน้าที่เสริมสร้างและผลักดันความสัมพันธ์กับเยอรมนีร่วมกับข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ และทีมประเทศไทยให้ก้าวหน้าในหลากหลายมิติ อาทิ ด้านการเมือง เศรษฐกิจและการลงทุน และการศึกษา ฯลฯ ในด้านการกงสุลและการดูแลคนไทย ได้ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นในการยกระดับงานบริการประชาชนให้สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้มากขึ้น โดยเฉพาะการสัญจรไปยังเมืองต่าง ๆ เพื่อให้บริการพี่น้องชาวไทยที่อยู่ห่างไกล การให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ประสบปัญหา รวมทั้งการทำงานเป็นทีมร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครมิวนิก และนครแฟรงก์เฟิร์ต และกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยในรัฐต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง |
![]() |
สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจที่สุดคือพลังแห่งน้ำใจความมีจิตอาสาของชุมชนไทยในเยอรมนี ผมขอขอบคุณเครือข่ายสมาคมและชมรมไทย วัดไทย ครูอาสาสมัครและโรงเรียนสอนภาษาไทย นักเรียนนักศึกษาและนักเรียนทุนรัฐบาล ผู้ประกอบการไทย ตลอดจนอาสาสมัครและ Friends of Thailand ทุกท่านในฐานะครอบครัวชาวไทยในเยอรมนี ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันในทุกกิจกรรม ความร่วมมือของทุกท่านคือพลังสำคัญที่ช่วยเสริมให้ภารกิจของสถานเอกอัครราชทูตฯ มีความสมบูรณ์และสำเร็จลุล่วงด้วยดี นอกจากนี้ ทุกท่านยังได้ร่วมแรงร่วมใจกันสืบสานและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนร่วมกันขับเคลื่อน Soft Power ของไทย ผ่านการสอนภาษาไทย รำไทย ดนตรีไทย การจัดงานประเพณี และเทศกาลไทยในหลายเมือง ซึ่งผมมีโอกาสได้ไปเข้าร่วมหลายครั้ง และตระหนักมาโดยตลอดว่า ทุกคนล้วนเป็น “ทูตวัฒนธรรม” ของประเทศไทย ที่ไม่เพียงช่วยธำรงอัตลักษณ์ความเป็นไทย หากยังเป็นสะพานสำคัญที่ช่วยให้สังคมเยอรมันได้รู้จัก เข้าใจ และใกล้ชิดกับประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
ผมเชื่อมั่นเสมอว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับเยอรมนีไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำงานของภาครัฐเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน การแลกเปลี่ยน และมิตรภาพที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับเยอรมนีจะได้รับการสานต่อและเติบโตยิ่งขึ้นในอนาคต และชุมชนไทยรวมถึง Friends of Thailand ในเยอรมนีจะยังคงเป็นพลังสำคัญในการเชื่อมโยงสองประเทศให้มีความใกล้ชิดและมีความเข้าใจซึ่งกันและกันยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
สุดท้ายนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลบันดาลให้ทุกท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง และประสบความสำเร็จในชีวิตตลอดไป แม้ผมจะพ้นจากหน้าที่แล้ว แต่ความผูกพันและความทรงจำที่มีต่อพี่น้องชาวไทยในเยอรมนีจะยังคงอยู่ในใจผมและครอบครัวตลอดไป ผมหวังว่าจะมีโอกาสได้พบปะกับครอบครัวชาวไทยในเยอรมนีอีกครั้งในอนาคต
Alles Gute und auf Wiedersehen!
จิตติพัฒน์ ทองประเสริฐ
เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
Royal Thai Embassy in Berlin.
วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุด) ระหว่างเวลา 09.00–13.00 น.
สอบถามรายละเอียดทางโทรศัพท์ ระหว่างเวลา 14.00- 17.00 น.
(โปรดตรวจสอบ เวลาให้บริการ ที่หน้า "ติดต่อเรา")
